อิดัมชีส

อิดัมชีส คือ

อีดัมชีส เป๊นชีสเนื้อแข็งปานกลาง ทำมาจากนมวัว เนื้อชีสมีสีเหลืองซีด นิยมทำรูปร่างของชีสให้เป็นลูกบอลแล้วเคลือบด้วยขี้ผึ้งสีแดงข้างนอก เป็นชีสที่ได้รับความนิยมมากในศตวรรษที่ 14 เนื่องจากพกพาง่าย ไม่เสียง่าย รสชาติอร่อย เนื้อเหนียวนุ่ม กลิ่นหอมของถั่ว และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันน้อยกว่าชีสทั่วไปคือ ประมาณ 40% เท่านั้น ชีสอีดัม อีดัม (Edam) เป็นเนยแข็ง (cheese) ประเภทที่มีการบ่ม (ripen cheese) มีเนื้อสัมผัสแข็งปานกลาง (semi-hard cheese) เหนียวนุ่ม ใช้มีดตัดเป็นก้อนเล็กๆ ได้โดยไม่แตก เนื้อของเนยแข็งมีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมคล้ายถั่ว (nutty flavor) ลักษณะคล้ายเนยแข็งเกาดา (Gouda) แต่มีไขมันนมน้อยกว่า  จึงเป็นชีสอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากทั่วโลก ใช้ทานเล่น ใส่แซนด์วิช หรือเป็นชีสบอร์ด หรือนำไปราดหน้า (Gratinate) หรือ นำไปย่าง (grilled)

การผลิต

เนยแข็ง Edam ผลิตจากน้ำนมวัวที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ (pasteurization) เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) นำมาตกตะกอน เคซีน แล้วอัดขึ้นรูปเป็นก้อนกลม เป็นแท่งสีเหลี่ยม อาจเคลือบผิวด้วยขี้ผึ้งสีแดง   ลักษณะคล้ายเกาดาชีส แต่มีไขมันน้อยกว่า ผลิตจากน้ำนมวัวที่ผ่านการพาสเจอไรซ์เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรค มีเนื้อสัมผัสที่แข็งปานกลาง อัดขึ้นรูปเป็นก้อนกลมหรือสี่เหลี่ยม อาจเคลือบด้วยขี้ผึ้งสีเหลืองหรือสีแดง เหนียวนุ่ม ใช้มีดตัดเป็นก้อนเล็กๆได้โดยไม่แตก กลิ่นหอมคล้ายถั่ว นิยมทานเล่น

ประโยชน์ของชีส

1. เนื่องชีสมีแร่ธาตุแคลเซียมที่มีส่วนช่วยดูแลและบำรุงฟันให้แข็งแรงในปริมาณสูงกว่านมวัว และมีน้ำตาลต่ำ ได้แก่ น้ำตาลแล็กโทส มอลโทส และกลูโคส ซึ่งช่วยลดการเกิดฟันผุได้

2. แคลเซียมที่มีอยู่ในชีสนั้นมีปริมาณสูงและเป็นรูปแบบที่สามารถดูดซึมได้ง่าย ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง นอกจากนี้แคลเซียมยังมีหน้าที่สำคัญในการทำงานของเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายด้วย เช่น ช่วยเรื่องการแข็งตัวของเม็ดเลือด บำรุงการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจเป็นปกติและการส่งสัญญาณประสาทที่ถูกต้อง รักษาความสมดุลของกรด-ด่างในเลือดและความดันโลหิตให้คงที่ ถ้าร่างกายขาดแคลเซียมจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ส่วนในผู้ใหญ่จะเกิดภาวะกระดูกเสื่อม กระดูกผุหรือกระดูกพรุน ซึ่งภาวะกระดูกเสื่อมเกิดจากร่างกายขาดแคลเซียมหรือได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายต้องดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ส่งผลให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง กระดูกแตกหรือหักง่าย ในชีสนอกจากจะมีแคลเซียมในปริมาณสูงแล้ว ยังมีวิตามินดีและแมกนีเซียมซึ่งทำหน้าที่ร่วมกันกับแคลเซียมเพื่อช่วยให้กระดูกแข็งแรง ลดการเกิดโรคกระดูกผุกระดูกพรุนในผู้สูงอายุได้

3. ชีสช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากชีสเป็นแหล่งที่มาของโปรตีนที่ดี คือมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง ทั้งยังเป็นสารอาหารที่สำคัญของร่างกาย เพราะ 80 เปอร์เซ็นต์ของร่างกายประกอบด้วยโปรตีน หากร่างกายขาดโปรตีนจะก่อให้เกิดผลเสีย ดังนั้นถ้าเราได้รับโปรตีนเพียงพอจะช่วยให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่นและช่วย ประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ช่วยปกป้องริ้วรอย รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เส้นผมและเล็บ อีกทั้งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมีความต้านทานดีขึ้น โปรตีนยังช่วยทดแทนเซลล์ของร่างกายที่สูญเสียไปในแต่ละวันด้วย คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและนักกีฬาจึงควรได้รับโปรตีนให้เพียงพอ หากขาดโปรตีนจะทำให้การเจริญเติบโตช้าและมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ ผมและเล็บเปราะ ฉีกขาดง่าย เกิดภาวะโลหิตจางและระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอได้

4. ชีสช่วยเพิ่มน้ำหนัก หลายคนที่พยายามจะเพิ่มน้ำหนัก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งหายจากอาการป่วย และน้ำหนักลดลงไปมาก การรับประทานชีสจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากชีสบางประเภทอุดมด้วยไขมันสูง ทำให้ได้พลังงานจากไขมัน เพราะฉะนั้นการบริโภคในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็จะช่วยให้ได้พลังงานสูงและช่วยเพิ่มน้ำหนักแก่คนที่ต้องการได้

5. ในทางตรงกันข้าม ชีสก็สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้เช่นกัน แต่เป็นชีสประเภทไขมันต่ำและโปรตีนสูงซึ่งจะเป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะโปรตีนช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและอยู่ท้องได้นานกว่าอาหารประเภทข้าวขัด สี ทำให้ไม่ต้องการอาหารในปริมาณมาก พร้อมทั้งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเร็วเกินไป

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*